Chapter 7 จะเจ็บมากหรือเปล่า [Uncensor Version]
posted on 07 May 2012 02:29 by leeseen
Chapter 7
จะเจ็บมากหรือเปล่า
ความสงบสุขที่เคยมีในหอพักหายไปในพริบตาเมื่อพี่ชายแท้ๆ ของอี ฮยอกแจมาอยู่ด้วย ร่างโปร่งนั่งกอดอกอยู่ที่โต๊ะอาหาร จ้องมองทงเฮคนที่เขารักด้วยสีหน้าบูดบึ้งจนตา จมูก และริมฝีปากแทบจะไหลมารวมอยู่ที่เดียวกัน
“ทำไมมองพี่อย่างนั้นล่ะตัวบาง?” จุนกิเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มจอมปลอม คนเป็นน้องชายเลยกัดฟันกรอด ไอ้พี่บ้าจะโผล่มาทำไมคืนนี้ก็ไม่รู้ เขาวางแผนจะนอนกอดทงเฮอย่างมีความสุขตลอดทั้งคืนเสียหน่อย แต่พี่จุนกิก็ทำแผนพังหมด
“ผมไม่ได้มองพี่ ผมมองทงเฮ”
“อย่ามองน้องสะใภ้บ่อยนักสิ เดี๋ยวหน้าสวยๆ ก็ช้ำเพราะสายตาของนายหรอก ว่าไหมทงเฮ?” ไม่พูดเปล่า มือหนายังเอื้อมมาลูบแก้มเนียนของทงเฮอย่างเอ็นดูอีกด้วย ทงเฮสะดุ้งวาบ แม้การกระทำของจุนกิจะดูอบอุ่น แต่ทำไมทงเฮถึงรู้สึกขนลุกวาบไปทั่วทั้งต้นขาก็ไม่รู้
“เอ่อ...แค่มอง คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้งครับ”
“ไม่เป็นอะไรได้ยังไงล่ะ พี่เป็นห่วงน้องสะใภ้นี่นา”
ทงเฮเถียงไม่ออก แถมไม่รู้ว่าจะปัดป้องมือหนาของทงเฮออกจากแก้มเนียนของตัวเองได้อย่างไร ความเย็นวูบวาบที่ต้นขาไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ รู้สึกแปลกๆ ไปจนถึงข้างในกางเกงขาสั้นที่สวมใส่อยู่เลยด้วยซ้ำ
“พี่เลิกแกล้งทงเฮได้แล้วน่า” ฮยอกแจโวยลั่น ก่อนจะส่งสายตาปรามพี่ชาย แต่ดูเหมือนคนเป็นพี่จะไม่รู้สึกรู้สาอะไร มือหนาหยิกแก้มทงเฮอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะขยี้ผมนุ่มของทงเฮจนทงเฮได้แต่มองหน้าฮยอกแจอย่างกระอักกระอ่วนใจ
“แค่นี้ทำเป็นหวงไปได้ เอาล่ะ พี่จะไม่แกล้งอีกแล้ว กินข้าวกันเถอะ พี่หิวแล้ว”
“พี่หิวคนเดียวน่ะสิไม่ว่า แถมยังบังคับให้พวกเรามานั่งกินเป็นเพื่อนอีก ฮึ่ย!” ฮยอกแจโวยวายอย่างนึกโมโห ทำไมนะ ต่อหน้าพี่จุนกิเขาถึงทำตัวเท่ๆ ไม่ได้เลย ฮยอกแจอยากจะเท่และหล่อให้ได้สักครึ่งหนึ่งของคนเป็นพี่ อย่างน้อยเอาความสูงมาบ้างสักสิบเซนติเมตรก็ยังดี แบบนี้พ่อแม่รักลูกไม่เท่ากันนี่นา
ริมฝีปากหยักขมุบขมิบอยู่ตลอดเวลา ก่อนจะตักข้าวใส่ปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ โดยไม่สนใจแม้แต่จะถามไถ่พี่ชายว่ามาหาเขาทำไม มาอยู่นานกี่วัน ฮยอกแจไม่มีอะไรจะพูดทั้งนั้น เขาอยากอยู่กับทงเฮแค่สองต่อสองเท่านั้น
“น้องสะใภ้ทานเยอะๆ นะครับ” จุนกิเอ่ยเสียงหวานเชื่อมพลางตักอาหารใส่จานให้ทงเฮ ทงเฮค้อมศีรษะอย่างขอบคุณ ก่อนจะถูกฮยอกแจใช้เท้าสะกิดขา
“หืม?” ทงเฮหันมาเลิกคิ้วถาม ฮยอกแจส่งซิกบอกให้อิ่มได้แล้ว แต่ดูเหมือนเจ้าของใบหน้าหวานจะยังคงไม่รู้เรื่องอะไร
“เป็นอะไรไปครับน้องสะใภ้?”
“เอ่อ...ปะ...เปล่าครับ” ทงเฮปฏิเสธเสียงสั่นไหว เมื่อความรู้สึกเย็นยะเยือกที่หายไปเมื่อครู่นี้กลับมาอีกแล้ว คราวนี้ทงเฮรับรู้ได้อย่างชัดเจน เขาไม่ได้รู้สึกไปเองแน่ แต่มีมือหนาของใครบางคนกำลังลูบไล้ที่ต้นขาของเขา
ทงเฮเหลือบตามองพี่จุนกิที่ยังเอาแต่ยิ้มกว้างจนตาเรียวเล็กหยีจนเป็นเส้นตรง แต่เมื่อหันกลับมามองทางฮยอกแจบ้าง จึงพบว่าฮยอกแจกำลังส่งสัญญาณอะไรบางอย่างมาให้อยู่
‘อิ่มได้แล้ว’ ฮยอกแจขยับปากเป็นคำพูด แต่ทว่าทงเฮไม่เข้าใจความหมายนั้น เขาเลิกคิ้วขึ้นสูง ทำให้มือหนาที่ลูบไล้อยู่ภายใต้กางเกงตัวเองสอดลึกเข้าไปในกางเกงชั้นใน ก่อนจะสัมผัสจุดสำคัญจนทงเฮแทบนั่งไม่ติด
“อะ...อื้อ...” ทงเฮทำหน้าบิดเร่าอย่างทรมาน ฮยอกแจกัดฟันแน่นด้วยความไม่พอใจอย่างมาก หากทงเฮยังนั่งตรงนี้และยอมให้พี่ชายของเขาลวนลามทงเฮทางคำพูดและสายตา ฮยอกแจจะต้องเป็นบ้าแน่ๆ
“น้องสะใภ้ทานอีกสิครับ” จุนกิตักอาหารให้อีกรอบโดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ทงเฮทำหน้าตาบูดเบี้ยวเมื่อนิ้วที่ชอนไชอยู่ภายใต้กางเกงของตัวเองซุกซนและเร้าอารมณ์ของเขาจนฉุดไว้ไม่อยู่ มือบางค่อยๆ เลื่อนลงไปด้านล่าง ก่อนจะ...
ป้าบ!
“โอ๊ย!”
“ตัวบางเป็นอะไร?” เมื่อจุนกิได้ยินเสียงน้องชายร้องจนเสียงหลงจึงรีบวิ่งอ้อมโต๊ะมาดูอย่างเป็นห่วงเป็นใย ฮยอกแจดึงมือออกจากกางเกงของทงเฮได้ทันพอดี ในขณะที่ทงเฮเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วผุดลุกขึ้นยืน
“ผม...เอ่อ...ผมกัดลิ้นตัวเองน่ะครับ เดี๋ยวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” พูดจบก็วิ่งออกไปในทันที ทงเฮทำท่าจะเดินตามไปด้วยความเป็นห่วง แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าฮยอกแจแค่แกล้งทำเท่านั้น จะให้เดินไปตอนนี้ก็คงไม่เหมาะสม เขาจึงนั่งลงที่โต๊ะอาหารตามเดิม
“คงอึดอัดกันน่าดูเลยสินะที่พี่มา” จุนกิเอ่ยขึ้นโดยที่ไม่เหลือคราบความทะเล้นเมื่อครู่เลยสักนิดเดียว
“ไม่หรอกครับ ได้เห็นฮยอกแจอยู่กับพี่ชายแบบนี้ก็เหมือนได้เห็นอีกมุมหนึ่งของเขา”
“ทงเฮชอบฮยอกแจมากเลยเหรอ?”
“ครับ?” ทงเฮเบิกตากว้าง เขายังไม่ได้พูดสักคำว่าชอบฮยอกแจ แต่ทำไมพี่จุนกิถึงรู้ “ผมกับฮยอกแจน่ะ เราเป็นแค่เพื่อนกันนะครับ”
“เพื่อน! แค่เพื่อนเองเหรอ?” จุนกิที่ได้ฟังคำตอบมีสีหน้าตกใจเสียยิ่งกว่า ทงเฮจึงพยักหน้าระรัว ก่อนจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะกลับมาหอพักให้จุนกิฟังทั้งหมด จุนกิจึงหัวเราะลั่นกับความใสซื่อของทงเฮ ถ้าเป็นแบบนี้คงไล่ตามฮยอกแจจอมวางแผนไม่ทันแน่ๆ
“ ถึงจะบอกคนอื่นว่าเป็นแค่เพื่อนกัน แต่ความรู้สึกของพวกนายเป็นแบบนั้นแน่เหรอ เฮ้อ...อย่าคิดอะไรให้มันซับซ้อนนักเลยทงเฮ ตัวบางน่ะทำท่าเจ้าชู้ไปวันๆ แบบนั้นก็จริง แต่เขาก็รักเดียวใจเดียวนะ และทงเฮก็เป็นคนแรกที่เจ้านั่นมันแนะนำให้พี่รู้จักในฐานะน้องสะใภ้”
ทงเฮไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เขารู้สึกว่าพี่น้องคู่นี้เป็นพวกสองบุคลิกอย่างไรก็ไม่รู้ เดี๋ยวก็ทะลึ่งทะเล้นจนหาสาระไม่ได้ อีกเดี๋ยวก็กลับมาเคร่งขรึมจริงจังจนคนอื่นตามไม่ทัน ทว่าสิ่งหนึ่งที่ทงเฮรู้สึกได้คือความจริงใจที่ส่งออกมาจากดวงตาของอี จุนกิ เขามั่นใจว่าดวงตาคู่นี้ไม่ได้กำลังโกหกเขาอย่างแน่นอน
“พี่ฮีชอล เมื่อไรจะกลับมาครับ?” คยูฮยอนส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจ เขาไม่รู้จะระบายกับใครแล้ว จะโทรไปหาฮยอกแจกับทงเฮก็ไม่อยากรบกวน จะโทรหาซองมินก็กลัวจะวุ่นวายมากไปอีก ไม่รู้ว่าตอนนี้สามคนนั้นจัดการกับชีวิตรักสามเศร้าไปถึงไหนแล้ว แต่จะให้เก็บงำความเครียดไว้กับตัวเอง เขาจะต้องเป็นโรคประสาทเข้าสักวัน
[อะไรของแก ทะเลาะกับไอ้หน้าม้าอีกแล้วหรือไง]
“ก็ไม่เชิงหรอกพี่ แต่พี่สาวผมน่ะสิเอาลูกมาฝากไว้หนึ่งคืน คิยูก็อ้อนซีวอนอยู่นั่นแหละ ผมแทบจะไม่มีเวลาอยู่ด้วยกันเลย”
[เห้ย! แต่นั่นก็หลานแท้ๆ ของนายไม่ใช่เหรอ?] ฮีชอลทำเสียงตกใจ แต่คยูฮยอนกลับเบ้ปาก ใครๆ ก็ต้องพูดแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ ลองมาเลี้ยงคิยูดูก่อนเถอะ แล้วจะได้รู้ว่านรกมีจริง [ว่าแต่ไอ้ทงเฮมันเป็นยังไงบ้าง ตั้งแต่ฮยอกแจบอกรักมัน ฉันยังไม่กล้าโทรไปหามันเลย]
“พี่ฮีชอล!” คยูฮยอนตะโกนใส่อีกฝ่ายอย่างหัวเสีย
[อะไร?]
“ผมก็เป็นน้องรหัสพี่เหมือนกันนะ ทำไมถามถึงแต่ทงเฮล่ะ แถมตอนนี้ผมก็กำลังมีปัญหาชีวิตอยู่ด้วย พี่ควรจะเห็นใจและช่วยแก้ปัญหาให้ผมสิ”
[ไม่รู้โว้ย ตัวใครตัวมัน แค่นี้นะ ฉันจะอาบน้ำต่อแล้ว] พูดจบก็วางสายลงไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย คยูฮยอนหายใจฟึดฟัดแล้วขว้างโทรศัพท์ลงบนเตียง เขาไม่อยากจะเปิดประตูออกไปข้างนอกเลยจริงๆ ต้องไปสู้รบปรบมือกับคิยูอีก คืนนี้คงจะไม่ได้นอนแน่ๆ
“พี่ซีวอนอย่าตีคิยูแรงสิฮะ เดี๋ยวคิยูจะเจ็บ” เสียงเล็กๆ บอกแล้วหัวเราะดังลั่นเมื่อซีวอนตีหมอนใบเล็กไปที่แขนเจ้าเนื้อ แต่พอพูดจบคิยูก็ฟาดหมอนใบเขื่องตีซีวอนอย่างแรง
“คิยูก็ตีพี่แรงเหมือนกัน”
“ก็คิยูตัวเล็กกว่า” เด็กน้อยเถียงแล้วจับหมอนตีอกแกร่งไม่ยั้ง ซีวอนหันมาเห็นคยูฮยอนพอดีจึงคว้าข้อมือของเด็กน้อยให้หยุดเล่นก่อน คิยูยอมเลิกเล่นแต่โดยดี ร่างเล็กปีนขึ้นไปนั่งบนตักกว้าง ก่อนจะซุกซบแล้วหลับตาลง “คิยูง่วงแล้วฮะพี่ซีวอน คืนนี้พี่ซีวอนนอนกับคิยูได้ไหม?”
“คิยูไม่อยากนอนกับน้าหรือไง?” คยูฮยอนถามเสียงแข็ง ก่อนจะกระชากแขนหลานชายออกมาจากคนรักของตัวเอง คิยูเบ้ปากลง แล้วน้ำตาเม็ดโตก็ไหลออกมาจากดวงตาใสแจ๋ว
“ฮึก...น้าคยูฮยอนใจร้าย...”
“ก็เราทำตัวไม่น่ารักก่อน”
“น้าคยูฮยอนนั่นแหละ ฮือๆ น้าคยูฮยอนไม่สนใจคิยู คิยูเลยต้องให้พี่ซีวอนดูแลไง แค่นี้ไม่เข้าใจหรือไง” คิยูตะโกนลั่นแล้วหนีเข้าห้องนอนที่คยูฮยอนจัดเตรียมไว้ให้สำหรับเด็กน้อย คยูฮยอนรู้สึกเหมือนถูกตบจนหน้าชา นี่เป็นครั้งแรกที่คิยูเถียงเขาอย่างรุนแรงขนาดนี้ แล้วยังเถียงได้อย่างถูกต้องเสียด้วย
คยูฮยอนยืนนิ่งแล้วทบทวนตัวเอง เขาไม่ใช่คนที่ชอบเด็กอยู่แล้ว ถึงคิยูจะเป็นเด็กน่ารักแค่ไหน แต่คยูฮยอนก็เป็นคนขี้รำคาญ โดยที่ไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าตัวเองก็เคยเป็นเด็กมาก่อน โดยที่ไม่เคยนึกเลยว่าธรรมชาติของเด็กเป็นเช่นไร
ซีวอนลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามเข้าไปในห้องนอนของคิยู กอดโอ๋คนตัวเล็กจนหลับสนิท แล้วจึงเดินออกมาด้านนอก ร่างสูงไม่หันมามองหน้าคยูฮยอนเลยสักนิด แต่ก่อนที่จะเดินเข้าห้องนอนอีกห้องไป เสียงทุ้มก็เอ่ยขึ้น
“นายทำแบบนี้ไม่ถูกนะคยูฮยอน”
“แต่ฉันกลัวว่านายจะรักคนอื่นมากกว่าฉัน” คยูฮยอนบอกเสียงสั่นแล้วหมุนตัวเดินไปสวมกอดซีวอนเอาไว้แน่น “นายน่ะชอบหว่านเสน่ห์ใส่คนอื่นไปทั่ว ใครๆ ก็ชอบนาย”
“แต่ฉันก็เลือกนายไม่ใช่เหรอ?”
“นายเลือกฉันแล้วคนอื่นๆ เขาหยุดด้วยหรือไง วาเลนไทน์ปีที่ผ่านมานายก็ได้รับดอกไม้จนเต็มรถ แล้วปล่อยให้ฉันนั่งแท็กซี่กลับมาคอนโด พอวันเกิดนายก็ได้รับของขวัญจากคนอื่นๆ จนจำไม่ได้ว่าเอากล่องของขวัญของฉันไปวางไว้ที่ไหน ฉันน่ะเหนื่อยนะที่ต้องมีแฟนหน้าตาดี ฉันแค่อยากเป็นแฟนกับคนธรรมดาที่...อื้อ”
เสียงของคยูฮยอนเงียบลงเมื่อถูกปิดด้วยจูบอันเร่าร้อนจากคนรัก เอวบางถูกรั้งเข้าหาร่างสูงใหญ่เพราะซีวอนรู้ดีว่าเมื่อไรที่เขามอบจูบให้กับคนรัก ร่างของคยูฮยอนจะอ่อนระทวยจนยืนทรงตัวแทบไม่ได้ ดวงตาคู่สวยหลับพริ้มลง กลืนคำพูดก่อนหน้านี้ไปจนหมดสิ้น ซีวอนค่อยๆ ถอนจูบออกอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเกลี่ยไรผมที่ตกลงมาปรกหน้าปากมนให้เขาสามารถมองใบหน้าของคยูฮยอนได้ชัดเจนขึ้น
“แต่คิยูเป็นหลานของนายนะ นายจะหึงแม้กระทั่งหลานแท้ๆ ของตัวเองหรือไง?”
“ก็...” คยูฮยอนอึกอักแล้วก้มหน้าลง
“จะให้ฉันจูบอีกครั้งไหม เผื่อนายจะหาคำตอบได้” ซีวอนไม่ทันรอคยูฮยอนเอ่ยตอบอะไรออกมาสักคำเดียว เขาพรมจูบคยูฮยอนอีกครั้งตั้งแต่ริมฝีปากฉ่ำหวาน ไล่ระเรื่อยไปยังลำคอระหงที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่ที่ใช้ด้วยกันเป็นประจำ เขาใช้มือข้างหนึ่งผลักประตูห้องนอนเข้าไปด้านในโดยที่ยังคงซุกไซ้หาความหอมหวานจากร่างกายของคยูฮยอนไม่หยุดหย่อน
“อื้อ...ซะ...ซีวอน...” เสียงครางกระเส่าที่เอ่ยเรียกชื่อเขาทำให้ซีวอนใช้เท้าดันประตูให้ปิดลง ก่อนจะอุ้มคยูฮยอนขึ้นไปนอนบนเตียงอย่างรวดเร็ว
ทุกครั้งที่ทะเลาะกันมักจะจบลงด้วยเรื่องบนเตียงแบบนี้
แต่สำหรับซีวอนและคยูฮยอนแล้ว...มันเป็นการแสดงความรักอย่างดีเยี่ยมที่สุด
ประตูห้องนอนปิดลงพร้อมกับเด็กน้อยที่ยังยกมือปิดตาแน่น หัวใจดวงเล็กๆ เต้นไม่เป็นส่ำ เมื่อกี้เขาเห็นพี่ซีวอนเอาปากแตะปากของน้าคยูฮยอน แล้วน้าคยูฮยอนก็หลับตาลงแถมยังพูดคุยอะไรกันก็ไม่รู้ แต่ดูเหมือนสองคนจะเข้าใจกันแล้วล่ะมั้ง เพราะเสียงหัวเราะคิกคักดังออกมาจากห้องนอนทั้งคืนเลย
ภายในห้องนอนสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่นั้นกำลังร้อนระอุไปด้วยไฟอารมณ์ที่โหมกระหน่ำร่างสองร่างให้หลอมละลายรวมกัน ซีวอนจับร่างโปร่งของคนรักพลิกขึ้นมาอยู่ด้านบนเขา แต่คยูฮยอนกลับดื้อรั้นและคอยแต่จะอยากอยู่ข้างล่าง
“ไม่เอาน่าซีวอน นายอยากทำก่อนไม่ใช่เหรอ?” คยูฮยอนค้อนให้หนึ่งที ก่อนจะพยายามพลิกตัวเองกลับไปอยู่ข้างใต้ดังเดิม การนอนรอรับความสุขจากคนรักเป็นสิ่งที่พิเศษกว่าเป็นไหนๆ แต่ซีวอนก็มีข้ออ้างแบบนี้เสมอ
“นายอยู่ข้างบนแล้วสวยนี่นา”
“ยังไงก็เหอะ วันนี้ฉันอยากให้นายทำให้นะ”
“งั้นนายทำให้ฉันก่อนก็แล้วกัน แล้วครึ่งหลังฉันจะบริการนายเอง นะคยูฮยอนคนสวย” ซีวอนออดอ้อนจนในที่สุดคยูฮยอนก็ใจอ่อนขึ้นไปอยู่ข้างบนให้จนได้ ไม่ใช่เพราะคำชมว่าสวยหรอก คำนั้นได้ยินและจั๊กจี้รูหูจะตายไป แต่เป็นเพราะไม่อยากมีเรื่องต่างหากจึงยอมตามใจ
ความจริงแล้วก็ไม่ได้อยากจะทะเลาะกันเลยสักนิด ถ้ารู้ว่าจะต้องจบลงด้วยเรื่องบนเตียงแบบนี้ แต่สุดท้าย...ก็มีความสุขและหลับไปพร้อมๆ กันจนได้
คยูฮยอนนอนราบอยู่บนอกแกร่งที่เต็มไปด้วยลอนกล้ามเนื้อของซีวอน มือบางลูบไล้ไปทั่วแผงอกกำยำนั้น ก่อนจะก้มจูบลงอย่างแผ่วเบา ทว่าร่างหนาที่อยู่ด้านล่างกลับสะท้านไปทั้งร่างกาย แถมยังขัดใจที่คยูฮยอนมัวแต่ชักช้าลีลาอยู่แบบนี้
ซีวอนรั้งศีรษะกลมได้รูปเข้าหาก่อนจะบดขยี้ริมฝีปากรูปกระจับอย่างรุนแรงเสียเอง คยูฮยอนส่งเสียงอื้ออึงสลับกับหัวเราะคิกคักเมื่อตัวเองเสียดสีสะโพกบางแนบชิดกับกายแกร่งของซีวอนจนท่อนเนื้อที่หลับสนิทในตอนแรกตื่นตัวอย่างเต็มที่ และพร้อมใช้งานได้ในทันทีเมื่อคยูฮยอนต้องการ
ทั้งคู่ถอดเสื้อให้กันและกันออกอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่ซีวอนฝ่ายเดียวหรอกที่ต้องการ คยูฮยอนเองก็อยากจะให้ซีวอนเข้ามาในร่างกายของเขาใจจะขาดอยู่รอมร่อ ทว่าอีกใจก็ไม่อยากให้บทรักในคืนนี้จบลงอย่างรวดเร็วเกินไป
คยูฮยอนเลื่อนร่างกายลงไปด้านล่างเรื่อยๆ ก่อนจะปลดตะขอกางเกงของซีวอนแล้วเลื่อนลงไปเล็กน้อย ฟันซี่เล็กๆ ครูดกับแก่นกายแกร่งจนสะโพกแกร่งกระตุกวาบ
“อย่าเล่นแบบนี้สิ ครั้งก่อนนายทำน้องชายฉันเป็นแผลอยู่ตั้งหลายวัน” ซีวอนห้ามปรามและพยายามดันหน้าคยูฮยอนออก แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ คยูฮยอนไม่สนใจฟัง ซ้ำยังงับซีวอนน้อยจนไม่เหลือมาให้เห็นแม้แต่ครึ่งเซนติเมตร โพรงปากอุ่นถอนขึ้นมาจากกายแกร่งของซีวอนจนเกือบหมด ก่อนจะกลืนกินไปอีกครั้งราวกับได้ลิ้มรสชาติของไอศกรีมรสเลิศที่ไม่มีใครได้ชิมมาก่อน
“อื้อ...คยูฮยอน...นาย...อ๊า...” ซีวอนร้องดังลั่นอย่างเสียวซ่านเมื่อจู่ๆ คยูฮยอนก็งับเข้าที่โคนอย่างจัง แล้วยังดูดกลืนจนส่วนที่อ่อนไหวที่สุดของร่างกายซีวอนแทบจะหลุดเข้าไปในลำคอร่างโปร่ง ซีวอนเชิดหน้าขึ้นอย่างทรมาน เขาทั้งทรมานและสุขสมในเวลาเดียวกัน
เหมือนกับว่าความฝันและความจริงซ้อนทับกันอย่างไรอย่างนั้น
มือหนากดศีรษะของคยูฮยอนให้แนบลงกับร่างกายของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งคยูฮยอนผงกศีรษะขึ้นมายิ้มยั่วยวนเขา ซีวอนยิ่งอยากจะปลดปล่อยความรักเข้าไปในร่างกายของคยูฮยอนเสียเดี๋ยวนั้น แต่ก็ต้องห้ามใจเอาไว้
ก่อนที่จะถึงจุดสูงสุดของอารมณ์ มือหนาดันร่างของคยูฮยอนออกห่าง ในทีแรกคยูฮยอนเอียงคออย่างสงสัย แต่เมื่อซีวอนถอดกางเกงของคยูฮยอนออกแล้วจับสะโพกมนให้หันมาใกล้ชิดกับริมฝีปากของเขา คยูฮยอนจึงได้เข้าใจว่าซีวอนไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัว
ทั้งคู่ต่างทำให้กันและกันอย่างไม่นึกรังเกียจ ซีวอนรู้ว่าเรียวลิ้นของคยูฮยอนมีอิทธิพลต่อเขามากเพียงใด ยิ่งปลายลิ้นชื้นตวัดเกี่ยวรัดกับส่วนปลายของเขา ซีวอนยิ่งบิดเร่าอย่างทรมานจนต้องปิดเสียงร้องตัวเองไว้ด้วยส่วนอ่อนไหวของคยูฮยอน เขาคิดว่าตัวเองต้องเก่งกาจกว่าคยูฮยอนแน่ ในเมื่อกลยุทธ์ที่คยูฮยอนกำลังใช้อยู่นั้นได้มาจากการฝึกฝนของเขาทั้งสิ้น
“อื้อ...” คยูฮยอนละริมฝีปากออกแล้วหวีดร้องลั่นเมื่อลิ้นร้อนชื้นแทรกซอนลึกเข้าไปยังช่องทางด้านหลังของตัวเอง ซีวอนตวัดปลายลิ้นระรัวจนคยูฮยอนแทบจะลืมหายใจและหยุดการกระทำทั้งหมด ผลสุดท้ายคยูฮยอนก็ปล่อยของเหลวอุ่นใสออกมาก่อนซีวอนเสียอีก
“ฮึก...นาย...นายยังไม่เสร็จเลยนี่นา...” คยูฮยอนรีบขยับสะโพกออกห่างอย่างรู้สึกผิด แต่ซีวอนกลับลุกขึ้นนั่งแล้วยิ้มกว้าง
“ไม่เป็นไร ฉันยังสามารถปล่อยเข้าไปในตัวนายได้อยู่ไม่ใช่เหรอ?”
“อืม จริงด้วยสินะ” คยูฮยอนหัวเราะเสียงใสเมื่อเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามันเพิ่งเริ่มต้นไปเท่านั้น ในขณะที่ซีวอนลุกขึ้นนั่งแล้วยกร่างโปร่งขึ้นไปเกาะหัวเตียงเอาไว้ คยูฮยอนหันหลังให้เขาในท่ากึ่งคลาน ส่วนซีวอนเองก็ใช้ขาข้างหนึ่งแยกขาเรียวของคยูฮยอนให้ถ่างออก คยูฮยอนจึงหดขาและโก้งโค้งสะโพกเชื้อเชิญเขาโดยอัตโนมัติ
มือแกร่งจับแก่นกายของตัวเองสอดใส่ไปยังช่องทางมหัศจรรย์และชุ่มชื้นของคยูฮยอนจนร่างที่ถูกกระทำกรีดร้องเสียงหลง
“ซีวอนบ้า นายจะไม่ใช้อะไรเปิดทางก่อนเลยหรือไง อ๊า!”
“แบบนั้นมันก็ไม่เร้าใจน่ะสิ” ซีวอนตอบสั้นๆ แล้วขยับสะโพกแกร่งเข้าออกในร่างกายของคยูฮยอนอย่างรุนแรงจนคยูฮยอนร้องครางไม่ออก ซีวอนบีบสะโพกมนไว้แน่นพลางเชิดหน้าขึ้นสูง “อา...คยูฮยอน นาย...หันมาหน่อยสิ”
คยูฮยอนทำตามคำสั่งของคนรักแต่โดยดี เมื่อหันมาหาร่างสูงก็ถูกจู่โจมจูบอย่างเร่าร้อน มือบางจึงเอื้อมจนสุดแขนเพียงเพื่อจะสัมผัสความรู้สึกชุ่มชื้นจากแก่นกายของซีวอนยามเคลื่อนออกจากตัวเขา คยูฮยอนลูบไล้มันอย่างหลงใหล และริมฝีปากของทั้งคู่ก็คลอเคลียไม่ห่างกัน
เสียงเตียงขนาดคิงไซส์ดังกระทบผนังเป็นจังหวะที่รุนแรง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอารมณ์ของทั้งคู่ร้อนแรงมากเพียงใด ซีวอนรู้สึกใกล้จะถึงจุดสูงสุดของอารมณ์แล้ว เขาผละจูบออกแล้วขยับสะโพกแกร่งรัวเร็วมากขึ้นจนคนด้านล่างแทบจะหยุดหายใจ ในที่สุดก็ปลดปล่อยของเหลวอุ่นร้อนเข้าไปในร่างกายของคยูฮยอนจนหมดสิ้น
เสียงหอบกระเส่ายังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้ร่างทั้งสองร่างจะทรุดฮวบลงไปนอนทาบทับกันอย่างหมดแรง ซีวอนจูบลงบนหัวไหล่บางของคยูฮยอนอย่างแสนรัก ก่อนจะเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิด
“คยูฮยอน...ฉันรักนาย”
ฮยอกแจเดินออกมาจากห้อง ก่อนจะพบทงเฮที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหารเพียงลำพัง มือบางยกขึ้นลูบแก้มเนียนของตัวเองด้วยรอยยิ้มเขินอาย แก้มอีกข้างหนึ่งสุกปลั่งเป็นลูกมะเขือเทศสุกจนฮยอกแจรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา
“พี่จุนกิล่ะ?”
“พี่ชายของนายกลับไปแล้ว เขาบอกว่าที่นี่มีห้องนอนแค่ห้องเดียวคงจะนอนไม่สะดวก เลยออกไปนอนโรงแรมเพราะพรุ่งนี้มีประชุมแต่เช้า” ทงเฮอธิบายได้อย่างละเอียด ฮยอกแจนั่งลงข้างๆ กัน ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ก็ดีแล้ว มีพี่อยู่ฉันอึดอัดยังไงก็ไม่รู้ ทำอะไรไม่สะดวกเลย” ทงเฮพยักหน้าช้าๆ เพราะก่อนหน้าที่พี่จุนกิจะออกไป เขาก็พูดว่าฮยอกแจอาจจะรู้สึกอึดอัดเช่นเดียวกัน แต่ทว่าท้ายประโยคนั้นกลับฟังดูแปลกๆ พิกล
“นายคงไม่ได้คิดอะไรลามกอยู่ใช่ไหม?” ทงเฮหลิ่วตาถาม
“ไม่มี้! ฉันน่ะเหรอจะคิดอะไรไม่ดี แต่ว่า...เรารีบไปนอนกันเถอะ” ฮยอกแจพูดจบก็ทำท่าจะโอบไหล่ทงเฮเข้าไปในห้องนอน ทว่าร่างบางกลับขืนตัวเอาไว้
“ฉันจะนอนข้างนอก”
“เมื่อคืนนายก็นอนในห้องกับฉันนี่นา ยังจะกลัวอะไรอีก?” ฮยอกแจเอ่ยถาม แถมยังมองทงเฮผ่านเสื้อเชิ้ตตัวบางด้วยสายตาที่คิดไปถึงไหนต่อไหนจนทงเฮดึงเสื้อมาปิดอย่างถือเนื้อถือตัว
“กลัวว่านายทำแบบเมื่อวานไง”
“เมื่อวาน?” เขาเลิกคิ้วขึ้น แกล้งทำเป็นจำอะไรไม่ได้ “นายบอกว่าจำอะไรไม่ได้เลยไม่ใช่เหรอ ฉันเองก็อยากจะทบทวนความจำให้นายไงล่ะ”
“ไม่เอานะ!”
ทงเฮร้องเสียงหลง ในขณะที่ฮยอกแจดึงทงเฮเข้ามากอดไว้แน่น ทงเฮอยากจะปฏิเสธ แต่ทว่าเขากลับยืนนิ่งให้ฮยอกแจกอดอยู่เช่นนั้น ฮยอกแจโอบร่างบอบบางเอาไว้แล้วโยกตัวไปมาเบาๆ วันนี้เขาไม่อยากทำอะไรทงเฮสักอย่าง แค่อยากจะกอดไว้ตลอดทั้งคืนเท่านั้นเอง
แต่เมื่อได้กอดไว้แล้ว ฮยอกแจกลับห้ามใจตัวเองไม่ได้ เขาผละออกจากทงเฮ แล้วโน้มลงหมายจะหอมแก้มเนียน ทว่ากลิ่นกล้วยหอมที่แสนคุ้นเคยกลับโชยเข้ามาแตะจมูกจนฮยอกแจต้องมุ่ยหน้า
“ทงเฮ...ทำไมแก้มนายมีกลิ่นกล้วยหอมติดอยู่?”
“ก...ก็...” ทงเฮอึกอักแล้วทำท่าจะเดินเลี่ยงหนีไปทางอื่น มือบางยกขึ้นลูบไล้แก้มเนียนของตัวเอง ฮยอกแจนึกได้ว่าตอนแรกที่เขาเดินออกมาจากห้อง ทงเฮก็ลูบแก้มแบบนี้เช่นกัน
“อย่าเดินหนีกันสิ ตอบฉันมาก่อน” ฮยอกแจรั้งแขนบางเอาไว้แล้วถามอย่างคาดคั้น
“ไม่มีอะไรสักหน่อย”
“ไม่มีอะไรได้ยังไง ฉันจำกลิ่นลิปมันของพี่จุนกิได้ พี่ชายฉันหอมแก้มนายใช่ไหม?” ฮยอกแจถามเสียงกร้าวอย่างไม่สบอารมณ์ ถึงจะเป็นพี่ชายก็เถอะ แต่มาหอมแก้มคนที่เขารักแบบนี้ มันจะไม่มากไปหน่อยหรือไง ฮยอกแจเลื่อนมือหนามาจับข้อมือของทงเฮไว้แน่น ดวงตาของทงเฮไม่มีแววตระหนกเลย หากแต่ใบหน้าหวานกลับโคลงศีรษะไปมา
“พี่จุนกิไม่ได้หอมแก้มฉันจริงๆ”
“ฉันไม่เชื่อ!”
“จริงๆ นะฮยอกแจ” ทงเฮยืนยันอีกครั้ง ก่อนจะก้มลงแล้วพูดรัวเร็ว “แต่...พี่จุนกิฝากฉันมาจุ๊บแก้มตัวบางน่ะ”
“วะ...ว่าไงนะ?!” ฮยอกแจยังถามไม่ทันขาดคำ ทงเฮก็เขย่งตัวขึ้นมาแนบริมฝีปากกับแก้มสากของเขา ก่อนจะวิ่งหนีเข้าไปในห้องนอนแล้วปิดประตูลง ฮยอกแจยกมือขึ้นลูบแก้มของตัวเองอย่างตกตะลึง ไม่รู้ว่าจะโกรธไอ้พี่ชายจอมกวนที่หลอกหอมแก้มทงเฮ หรือจะดีใจที่พี่ชายหลอกให้ทงเฮมาหอมแก้มเขาดี
ปังๆๆ
“เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะทงเฮ!” ฮยอกแจตะโกนลั่นเพื่อจะเข้าไปทำโทษทงเฮคนซื่อที่ยอมให้คนอื่นหอมแก้มง่ายๆ แต่รออยู่นานทงเฮก็ไม่ยอมเปิดประตูออกมา ฮยอกแจจึงไขกุญแจสำรองเข้าไปด้านใน คนที่นั่งอยู่ปลายเตียงนอนถึงกับสะดุ้งโหยงแล้วขยับตัวหนี
“ฮยอกแจ นายโกรธฉันอีกแล้วเหรอ?”
“ใช่! โกรธมากๆ ด้วย” ฮยอกแจตีหน้าเข้มขรึม แม้จะปลื้มใจที่ถูกจุ๊บแก้มเมื่อครู่นี้ แต่เรื่องที่ทงเฮทำผิด ใช่ว่ามันจะหักล้างกันไปได้ เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปหาทงเฮจนถึงเตียง ก่อนจะผลักร่างเล็กหงายราบแล้วตามลงไปทาบทับแนบชิด มือหนาตรึงแขนทั้งสองข้างของทงเฮไว้แน่นจนคนด้านล่างไม่สามารถขยับเขยื้อนไปทางไหนได้ ฮยอกแจโน้มลงต่ำไปใกล้ๆ จนทงเฮรู้สึกถึงลมหายใจที่รุนแรง ก่อนที่เสียงพร่าจะเอ่ยถามขึ้น “รู้ด้วยเหรอว่าฉันโกรธเรื่องอะไร?”
“ก็...ก็ต้องรู้สิ นายไม่พอใจที่พี่จุนกิ...”
“แต่นายก็ยอม!”
“ฉันไม่ได้ยอม แต่ไม่รู้ว่าจะพูดห้ามยังไงต่างหาก”
“แล้วยังไงอีก?” ฮยอกแจผงะศีรษะขึ้นมาเอ่ยถาม ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงแค่นิ้วเดียวเท่านั้น ทงเฮยังคงไม่ตอบ เอาแต่เขินจนหน้าแดงอยู่แบบนั้น ดังนั้นฮยอกแจจึงโน้มลงต่ำไปอีกนิดจนทงเฮหลับตาแน่นปี๋ “ถ้าตอบไม่ดี นายโดนฉันทำโทษแน่?”
“นายจะทำโทษยังไง?” ทงเฮถามตาแป๋ว
“ฉันไม่จำเป็นต้องบอก แต่ถ้านายไม่ตอบ นายก็จะได้รู้เองว่าฉันจะทำโทษยังไง?” ฮยอกแจขยับสะโพกแกร่งทีละนิดจนเสียดสีกับส่วนอ่อนไหวที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เนื้อผ้าเย็นเฉียบ ทงเฮช้อนตาขึ้นมองฮยอกแจอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียงแหบกระเส่า
“แล้ว...จะเจ็บมากหรือเปล่า?”
“ไม่เจ็บมากหรอก”
“งั้นฉันตอบก็ได้ คือฉัน...ฉันไม่รู้จะบอกพี่จุนกิยังไงดี แต่พอถูกหอมแก้มแล้ว ก็เลยจะต้องมาหอมแก้มนายต่อให้ได้ เพราะพี่จุนกิฝากมาแล้วนี่นา” ทงเฮเงียบลงเพื่อดูปฏิกิริยาของฮยอกแจ “ฉันตอบนายหมดแล้ว นายจะปล่อยฉันได้หรือยัง?”
“ยัง!” ฮยอกแจบอกสั้นๆ ก่อนจะหอมแก้มทงเฮยังข้างที่มีกลิ่นกล้วยหอมติดอยู่ “ฉันไม่ชอบกลิ่นกล้วยหอมเหมือนพี่ ไม่ชอบมากๆ เลยด้วย”
“งั้นฉันจะไปล้างออกเดี๋ยวนี้ล่ะ” ทงเฮพยายามจะลุกขึ้นจากเตียงไป แต่ทว่าฮยอกแจกลับตรึงแขนเรียวเอาไว้แน่นหนากว่าเดิม
“ไม่ต้อง! ฉันมีวิธีล้างที่ดีกว่านั้น” ฮยอกแจพูดจบก็แสดงให้ทงเฮดูในทันที เขาโน้มลงไปจูบแก้มเนียนของทงเฮข้างที่ถูกพี่ชายของตัวเองลวนลามมาก่อนหน้านี้ ก่อนจะไล่ลงมายังริมฝีปากบางที่ฉ่ำหวานไปด้วยสีเชอร์รี่สดแสนเย้ายวนอารมณ์ มือหนาลูบเอวบางคอดกิ่ว ก่อนจะพลิกตวัดเสื้อตัวบางให้เลิกขึ้นแล้วสัมผัสไปทุกสัดส่วนของทงเฮ
ฮยอกแจจะสำรวจให้ทั่วเรือนร่างของทงเฮว่ายังมีกลิ่นอื่นๆ ติดอยู่อีกหรือไม่ และไม่ว่าจะมีหรือไม่ก็ตาม เขาจะล้างทงเฮให้สะอาดเอี่ยมไปทั่วทั้งตัวเลยทีเดียว
“ดะ...เดี๋ยวสิ! ไหนบอกว่าจะไม่ทำโทษไงล่ะ?” ทงเฮร้องถามเสียงตระหนกเมื่อจู่ๆ ฮยอกแจก็อุ้มเข้าขึ้นไปนอนตรงกลางเตียงเพื่อที่จะทำอะไรต่อมิอะไรได้อย่างถนัดขึ้น ฮยอกแจนอนทาบทับทงเฮ เขาเท้าแขนข้างหนึ่งตั้งชันรองรับศีรษะไว้ ก่อนจะกระซิบบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์
“ใครบอกว่าจะทำโทษล่ะ?”
“งั้นนายก็ขี้โกงน่ะสิ!”
“เปล่านะ” ฮยอกแจส่ายหน้าอย่างรุนแรง ก่อนจะหอมแก้มทงเฮอีกครั้งจนแก้มช้ำไปหมดแล้ว “ฉันกำลังจะให้รางวัลนายอยู่นี่ไง”
“ฮยอกแจ!” ทงเฮเบิกตาโพลง ก่อนจะผลักอีกฝ่ายออกแล้วอย่างแรง แล้วลุกขึ้นไปยืนด่าอยู่ปลายเตียง “นายคิดว่าฉันโง่จนตามนายไม่ทันหรือไง ฉันน่ะ...ไม่ยอมนายเป็นครั้งที่สองหรอกนะ”
ทงเฮพูดเรื่องหน้าอายจบก็หน้าแดงก่ำจนไม่สามารถยืนอยู่ตรงนั้นได้อีกแล้ว ฮยอกแจค่อยๆ ชันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างผิดหวัง เขาประเมินทงเฮต่ำไปสินะ บทเรียนเมื่อวานนี้คงทำให้ทงเฮไม่ยอมง่ายๆ อย่างที่เขาคิด ในขณะที่ร่างบางหันรีหันขวางอย่างคิดไม่ตก ก่อนจะโพล่งขึ้น
“ฉะ...ฉันจะออกไปนอนที่โซฟา” พูดจบก็รีบวิ่งหนีออกไปในทันที ฮยอกแจจึงเดินตามไปอย่างช้าๆ ก่อนจะนั่งลงแนบชิดกับทงเฮจนอีกฝ่ายหนีไปไหนไม่ได้
“ฮยอกแจ ฉันไม่เอาแล้ว เมื่อวานนี้ยังเจ็บอยู่เลย” ทงเฮบอกเสียงเศร้าพลางมุ่ยหน้า ฮยอกแจจึงดึงมือเล็กๆ มากอบกุมไว้ ก่อนจะเอ่ยบอก
“ฉันไม่ได้จะทำอะไรสักหน่อย แค่จะขอจูบนิดเดียวเอง”
“จูบก็ไม่ได้!” ทงเฮส่ายหน้าระรัว เมื่อวานก็แค่จูบเหมือนกัน และเป็นยังไงล่ะ สุดท้ายเขาก็ถูกอารมณ์ชักนำไปจนได้เรื่อง เมื่อวานนี้ยังสามารถอ้างได้ว่าทำไปเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่ในคืนนี้ล่ะ ถ้ายอมอีกครั้งคงต้องกลายเป็นอี ทงเฮคนใจง่ายแน่ๆ
“แต่นายทำผิดต่อฉันนี่นา ถึงจะสารภาพมาหมดแล้ว แต่ศาลที่ไหนก็ไม่ยกโทษให้หรอก”
“แต่ศาลก็ยังลดโทษให้ไม่ใช่หรือไง?” ทงเฮเอ่ยถามโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกฮยอกแจไล่ต้อนจนจนมุม
“ฉันจะลดโทษให้นาย โดยที่ไม่ทำให้นายเจ็บก็แล้วกัน” ทงเฮนั่งอึ้งกับประโยคที่แสนเฉียบคมนั้นของฮยอกแจ เป็นไปได้ยังไงกันที่เขาปฏิเสธไปทุกทางแล้ว แต่สุดท้ายก็ถูกฮยอกแจต้อนเข้ามุมจนหนีไปไหนไม่ได้ อีกทั้งร่างกายตอนนี้ยังถูกตราตรึงไว้ด้วยมือแกร่งของฮยอกแจ รวมทั้งจูบที่อบอุ่นของเขา ฮยอกแจค่อยๆ ผละออกอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น “แต่ถ้ามันเจ็บจริงๆ ฉันจะทำให้เบาที่สุด”
“อะ...อื้อ...” ทงเฮกำลังจะอ้าปากเถียงต่อ แต่ก็ถูกปิดด้วยจูบที่แสนนุ่มนวลของเขา ฮยอกแจไม่มีความหื่นกระหายอย่างที่ทงเฮคิดเอาไว้เลย ทงเฮคิดว่าฮยอกแจคงจะแค่อยากจูบเท่านั้น และเขาเองก็ชอบที่จะถูกฮยอกแจจูบด้วย ทงเฮจึงหลับตาพริ้มลง ทว่าไม่กี่วินาทีต่อจากนั้น จูบที่แสนอบอุ่นก็แปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนและปลุกเร้าอารมณ์จนทงเฮไม่ทันตั้งตัว
ฮยอกแจดันร่างบางของทงเฮให้แนบลงกับโซฟาตัวยาว ก่อนจะนอนทาบทับตามลงไป เขาเลิกเสื้อตัวบางของทงเฮขึ้นจนถึงลำคอ ก่อนจะถอนจูบออกจนทงเฮผวาตามขึ้นมา
“ใจเย็นๆ สิ” เสียงของฮยอกแจทำให้ทงเฮได้สติกลับคืนมาด้วย
“มะ...ไม่...”
“ถ้านายปฏิเสธฉันอีกครั้ง ฉันก็จะไม่เซ้าซี้นายแล้ว” ฮยอกแจลูบไล้ใบหน้าหวานพร้อมกับจ้องมองทงเฮด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์จนยากจะต้านทานได้ง่ายๆ ทงเฮกำลังครุ่นคิดว่าเขาจะปฏิเสธดีหรือไม่ เขามองหน้าฮยอกแจและคิดอยู่นานเลยทีเดียวจนเสียงของฮยอกแจดังขึ้นอีกครั้ง “หมดเวลาตอบแล้ว”
ฮยอกแจพูดจบก็ซุกไซ้ลำคอขาวผ่องด้วยความต้องการทันที มือบางทั้งสองข้างของทงเฮค่อยๆ กำแน่น ดวงตาคู่สวยหลับแน่นปี๋ด้วยความเสียวซ่านอย่างถึงที่สุด ยามที่ฮยอกแจลากไล้สันจมูกโด่งมายังซอกคอของเขา ทงเฮก็เบี่ยงหน้าหลบหนีไปอีกทางราวกับเชื้อเชิญให้ฮยอกแจสำรวจทุกๆ ส่วนในร่างกายของเขาจนทั่ว
“อื้อ...” ทงเฮครางเสียงเบาบางอย่างเขินอาย มือเล็กๆ ที่กำแน่นในตอนแรกค่อยๆ หาที่ยึดเกาะเมื่อฮยอกแจเลื่อนศีรษะต่ำลงไปโลมเลียและประทับจูบสร้างรอยรักให้กับลำตัวของเขาจนเกิดสีกุหลาบช้ำไปทั่ว ขาเรียวของทงเฮบิดเร่าอย่างทรมานและต้องการจะปลดปล่อยออกไป เขาต้องการให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเมื่อวานนี้เสียอีก
ทุกครั้งที่ทงเฮขยับขา ส่วนอ่อนไหวที่ซ่อนตัวอยู่ใต้กางเกงผ้าจะสัมผัสกับส่วนนั้นของฮยอกแจ ทงเฮจึงขยับขาช้าๆ อย่างไม่รู้ตัว ฮยอกแจลากลิ้นสากผ่านเอวคอดกิ่วของทงเฮจนร่างบางรู้สึกขนลุกและยกสะโพกมนขึ้นสูง ดวงตาแสนหวานปรือเปิดมาสบตากับฮยอกแจ ก่อนจะเอียงหน้าหลบอย่างขวยเขิน
ฮยอกแจถอดกางเกงของทงเฮออกอย่างรวดเร็ว เขาพาดมันไว้กับพนักโซฟา ในขณะที่กางเกงของฮยอกแจเองนั้นถูกถอดโยนไปทางทิศไหนก็ไม่รู้ ทั้งคู่สวมใส่แค่เสื้อเพียงตัวเดียว ทงเฮหายใจหอบถี่ตามอารมณ์ที่ถูกปลุกปั่นให้ร้อนระอุดั่งภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดอย่างเต็มที่
“ฮยอกแจ นาย...หยุด...ตอนนี้ได้ไหม?”
“ไม่ได้แล้ว” ฮยอกแจพูดจบก็ก้มลงจุมพิตที่ส่วนอ่อนไหวของทงเฮที่กำลังชี้หน้าเขาอย่างท้าทาย ทงเฮบิดสะโพกเร่า แล้วรู้สึกเสียใจที่ตัวเองตัดสินใจช้า “ร่างกายนี้เป็นของฉัน”
“ชิ นายต้องการแค่ร่างกายหรือไง” ทงเฮถามราวกับจะร้องไห้ ฮยอกแจจึงเลื่อนขึ้นไปจูบระหว่างคิ้วของทงเฮเพื่อให้อีกฝ่ายผ่อนคลาย มือข้างหนึ่งลูบไล้ดวงหน้าใสซื่อที่จ้องมองเพียงเขา ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“หัวใจของนายก็เป็นของฉันด้วย”
“ใครบอกกัน?” ทงเฮถามเสียงสูง
“ฉันบอก”
“นายเป็นผู้นำระบบเผด็จการหรือยังไง?”
“นายไม่รู้หรอกว่าเผด็จการที่แท้จริงมันเป็นยังไง?” ฮยอกแจบอกยิ้มๆ ก่อนจะจุมพิตที่ริมฝีปากของทงเฮอีกครั้ง มืออีกครั้งที่ยังว่างอยู่ลูบไล้ต้นขาของทงเฮอย่างช้าๆ ก่อนจะลากผ่านจุดอ่อนไหวและกระตุ้นให้ทงเฮทรมานและปั่นป่วนไปหมด
“ฮื่อ...อ๊า!” ทงเฮครางฮือได้เพียงครู่เดียวเท่านั้น แต่เมื่อฮยอกแจสอดใส่นิ้วเรียวเข้าไปในช่องทางด้านหลังเพียงแค่นิ้วเดียว เสียงใสก็ร้องลั่น
“เจ็บเหรอ?”
“อื้อ...จะ...เจ็บมาก” ทงเฮนิ่วหน้า แต่แม้ภายนอกจะเจ็บปวด ทว่าด้านในที่ฮยอกแจกำลังสัมผัสกับจุดเร้าอารมณ์ของเขาก็ทำให้ทงเฮรู้สึกดีอย่างไม่บอกถูก ฮยอกแจลองขยับนิ้วอีกนิดนึง ทงเฮก็แทบจะร้องไห้ เขาทำท่าจะหยุดสัยตั้งแต่ตอนนั้น ทว่าทงเฮกลับร้องถาม “นายไม่มีเจลหล่อลื่นเหรอ?”
“ห๊ะ?! นะ...นายรู้จักของแบบนั้นด้วยหรือไง” ฮยอกแจถามอย่างตกใจ ทงเฮเบิกตากว้างแล้วหน้าแดงเป็นลูกมะเขือเทศสุก ก่อนจะหลบตาอีกฝ่ายไปทางอื่น
“ก็...เอ่อ...”
“อย่าบอกนะว่าเคยใช้?”
“บ้าหรือไง ใครจะไปใช้ของพรรค์นั้น”
“แล้วรู้ได้ไงว่าฉันมี?” ฮยอกแจล็อกข้อมือบางของทงเฮไว้แน่น ทงเฮกะพริบตาปริบๆ ไม่รู้ว่าจะเริ่มบอกจากตรงไหน แต่ก็กลัวว่าถ้าไม่บอกจะต้องโดนทำโทษหนักกว่านี้แน่ๆ
“ฉันเคยเห็นว่านายวางไว้ในลิ้นชักโต๊ะอ่านหนังสือนี่นา” ฮยอกแจบีบจมูกรั้นของทงเฮอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะเดินไปหยิบเจลหล่อลื่นมาอย่างรวดเร็ว เขาป้ายที่นิ้วของตัวเอง ก่อนจะสอดใส่ไปยังช่องทางคับแคบของทงเฮอีกครั้ง คราวนี้ทงเฮมุ่ยหน้าลง แต่สะโพกมนกลับแอ่นขึ้นอย่างเชื้อเชิญ
“ยังเจ็บอยู่ไหม?”
“อ๊า...มะ...ไม่...ไม่เจ็บแล้ว...อื้อ...” ทงเฮพูดแทบฟังไม่ได้ศัพท์ เมื่อฮยอกแจได้ยินดังนั้นจึงเพิ่มจำนวนนิ้วไปอีกเพื่อเบิกช่องทางคับแคบให้ขยายมากขึ้น ทงเฮบิดเร่าอย่างทุรนทุราย ก่อนจะจับข้อมือของเขาไว้ “พอแล้ว...ฮยอกแจ...อืม...พอ...”
“ทำไมล่ะ?”
“นาย...เข้ามาสิ เร็วๆ” ทงเฮช้อนตาขึ้นมองแล้วเอ่ยขอร้องด้วยน้ำเสียงเว้าวอน ฮยอกแจยิ้มกว้าง ก่อนจะถอนนิ้วทั้งหมดออกในคราวเดียวจนของเหลวใสเยิ้มไหลติดนิ้วเรียวออกมาด้วย
เขาจับขาของทงเฮพาดโซฟาไว้ข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างยกขึ้นพาดบ่าตัวเอง ฮยอกแจขยับสะโพกเข้าไปใกล้แล้วแทรกร่างกายแข็งแรงเข้าไปในตัวของทงเฮ ช่องทางเร้นลับของทงเฮบีบรัดกายแกร่งของฮยอกแจจนเจ็บไปหมด แต่ฮยอกแจก็ชอบแบบนี้
ฮยอกแจขยับตัวช้าๆ อย่างที่สัญญากับทงเฮไว้ในตอนแรก เขาทั้งพรมจูบและพร่ำบอกรักทงเฮ แม้ว่าฮยอกแจจะไม่ได้ยินเสียงของทงเฮบอกรักเขาเลยสักคำ แต่การที่ทงเฮยอมเป็นของเขาตั้งแต่ครั้งแรกและอีกครั้งในวันถัดมา ฮยอกแจถือว่าทงเฮได้ใช้การกระทำบอกรักเขามาจนหมดแล้ว
“อ๊า...ฮยอกแจ...ฉัน...ฉันจะไปแล้ว...” เสียงหวานร้องหวีดหวิวดั่งสายลมจนฮยอกแจต้องก้มลงไปจูบเพื่อให้ทงเฮผ่อนคลาย เขาเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น ก่อนจะปลดปล่อยออกมาในที่สุด ทงเฮหอบกระเส่าภายใต้อ้อมกอดอุ่นของฮยอกแจ มือหนาประคองใบหน้าหวานแล้วกดจูบริมฝีปากแดงฉ่ำอีกครั้งอย่างเต็มรัก เขาละออกแล้วสบตาทงเฮ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“อย่าเพิ่งหลับหนีนะ”
“อื้อ” ทงเฮรับคำแล้วจ้องมองฮยอกแจตาแป๋ว
“ทำไมนายถึงยอมให้ฉันล่ะ นายเจ็บมาก ฉันรู้ แต่ทำไมนายต้องยอม?” ฮยอกแจไม่ได้ถามเอาสนุก เขาไม่ได้ถามเล่นๆ ขำๆ เหมือนทุกครั้ง สายตาของฮยอกแจจริงจังและอยากได้รับคำตอบที่ฟังแล้วเย็นชุ่มฉ่ำไปถึงขั้วหัวใจ
“ก็นายเป็นเพื่อนสนิทของฉันนี่นา”
“เพื่อนสนิท?!” ฮยอกแจทวนคำเสียงดังลั่น ทงเฮจึงพยักหน้าหงึกหงักช้าๆ เพื่อยืนยันคำตอบของตัวเอง
“เพื่อนสนิทที่รักกันไง”
“แล้วถ้าไม่รักล่ะ?” ฮยอกแจอมยิ้มนิดๆ เมื่อเอ่ยถาม แต่ทงเฮก็ยังไม่รู้สึกอะไรกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั่น ทว่าทงเฮกลับรั้งฮยอกแจเข้ามากอดไว้แน่นจนฮยอกแจตกใจและแปลกใจในคราวเดียวกัน น้ำตาอุ่นหยดลงบนไหล่ของเขาพร้อมกับเสียงสะอื้นของทงเฮที่ดังขึ้น
“ถ้าไม่ใช่ฮยอกแจ ฉันก็คงไม่ยอม...”
Talk with Lee Seen
ซีนว่าตัวเองเพ้อเจ้อมากเกินไปแล้วนะคะ...
ขอบคุณที่ตามอ่านค่า!!!!
edit @ 7 May 2012 02:47:13 by Lee Seen